ปิดหนี้บัตรเครดิตด้วยสินเชื่อส่วนบุคคล

ปิดหนี้บัตรเครดิตด้วยสินเชื่อส่วนบุคคล

   ถ้าจะให้พูดถึงการเป็นหนี้เป็นสินกันละก็ แทบจะบอกได้เลยว่าเราๆเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย รวมไปถึงผู้ที่กำลังทำธุรกิจมากมายหลายคนต่างก็มีหนี้สินกันทั้งสิ้น และไม่ใช่เป็นหนี้เพียงอย่าง สองอย่าง บางคนมีหนี้หลายตัว ปัญหาการจ่ายหนี้ก็มีมากมาย เพราะการเป็นหนี้หลายตัวการจ่ายก็ต้องแบ่งจ่าย ทำให้เป็นการกระจายยอดออกไป ดอกเบี้ยก็ต้องเพิ่ม โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต ยิ่งหลายใบดอกก็แตกออกไป เราจึงได้เห็นวิธีการให้สินเชื่อบางประเภทที่มาช่วยแก้ปัญหาการจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่มีหลายๆใบให้รวมเป็นหนี้ที่เดียว และเสียดอกแค่ที่เดียว สินเชื่อประเภทนี้คือสินเชื่อบุคคลที่รวมหนี้บัตรเครดิตไว้ให้เป็นหนี้เพียงตัวเดียว วันนี้หลายๆคนที่กำลังหาทางชำระหนี้สินประเภทนี้ลองดูรายละเอียดดูว่าการนำสินเชื่อบุคคลไปชำระหนี้บัตรเครดิตนั้นมีวิธีการและข้อดีข้อเสียอย่างไร

สินเชื่อบุคคลประเภทนี้นี้ไม่ใช่การส่งเสริมให้เป็นหนี้สินเชื่อบุคคลเพิ่มซ้ำซ้อนกับการเป็นหนี้บัตรเครดิต แต่วิธีการนี้ไม่ใช่วิธีการของชมรมหนี้บัตรเครดิตจะต่างกันลองมาศึกษาหลักการของวิธีการนี้ดู

สินเชื่อบุคคลที่แก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตด้วยเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย ในเรื่องของดอกเบี้ยถึงดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะอยู่ที่ ร้อยละ 20 แต่สินเชื่อบุคคลจะอยู่ที่ ร้อยละ 28 บางคนอาจจะบอกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรในเมื่อดอกเบี้ยสูงกว่า แต่เราต้องนึกถึงผลระยะยาวคือบัตรเครดิตดอกถูกกว่าก็จริงแต่เป็นการคิดดอกเบี้ยคงที่คือไม่ว่าต้นเคยคิดเท่าไหร่ยิ่งรูดบัตรนานเท่าไหร่ดอกเบี้ยก็จะคำนวณตามจำนวนวันในรอบบิลแต่การคำนวณดอกเบี้ยของสินเชื่อบุคคลนั้นจะใช้วิธีที่ 30 วันเป็นมาตรฐานและคำนวณแบบลดต้นลดดอก

สินเชื่อบุคคลที่แก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต ในกรณีที่เราต้องการที่จะมีรายรับคงเหลือไว้ใช้จ่ายด้านอื่นในรอบ 1 เดือน เสมือนกับเป็นการยืดหยุ่นไม่ให้เกิดการขาดเงินหมุนเวียนในแต่ละเดือน คือการกำหนดจำนวนเงินชำระหนี้สินเชื่อบุคคลแต่ละงวดจะให้ต่ำการชำระหนี้บัตรเครดิต เพราะบัตรเครดิตกำหนดชำระขั้นต่ำที่ 10% แต่สินเชื่อบุคคลกำหนดให้จำนวนงวดยาวขึ้นและจำนวนเงินต่องวดน้อยลง อาจจะดูดว่าถ้ายืดจำนวนงวดออกไปเราก็จะเสียดอกเบี้ยมากขึ้นหรือเปล่า กรณีนี้มันก็จริง แต่เราเอาข้อยืดหยุ่นตรงนี้ไปช่วยแก้ปัญหาด้านอื่น อย่างเช่น ถ้าเรามีบัตรสักสองใบที่จะต้องชำระขั้นต่ำ ที่ 10% สมมุติว่าเรานั้นใช้ไปเมวงเงินทั้งสองใบ ใบละ 30000 บาท ยอดหนี้สองใบอยู่ที่ 60000 ดังนั้น เราจะต้องจ่ายขั้นต่ำอยู่ที่ ไม่ต่ำกว่าใบละ 3000 บาท สองใบ ก็ไม่น้อยกว่า 6000 บาท แล้ว แต่ถ้าเราชำระสินเชื่อบุคคล ในยอดเงินกู้ที่ 60000 บาท และเลือกงวดที่ระยะยาวสักนิด เราอาจไม่ต้องจ่าย ถึง 6000 บาท ก็ยังพอมีเงินสดเหลือไว้ใช้ และยิ่งถ้าเป็นกรณีที่ต้องชำระบัตรเครดิตทั้งสองใบแล้วเงินสดที่มีไม่พอ คุณค้างชำระแค่ไม่เกิน 2 เดือน คุณก็มีสิทธิ์เจอปัญหา การติด Black list ของเครดิตบุโรแล้ว แต่ยอดเงินที่ไม่พอจ่าย 6000 บาท นั้นมันอาจจะพอกับยอดชำระของสินเชื่อบุคคลก็เป็นได้ แต่ถ้ามีกรณีที่บางธนาคารมีโปรโมชั่นการโอนหนี้จากบัตรเดิมมาบัตรใหม่ กรณีนี้จะไม่ช่วยอะไร เพราะเรายังคงอยู่ในวังวนการคำนวณดอกเบี้ยตามวิธีการเดิมๆ

วิธีการใช้สินเชื่อบุคคลที่แก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต จะเหมาะกับคนที่เป็นหนี้แบบใดได้บ้าง บุคคลที่เหมาะสมจะใช้วิธีการนี้ก็คือ คนที่ตั้งใจหยุดใช้บัตรเครดิตแล้วจริงๆ นั่นคือเมื่อมีการปิดหนี้นี้แล้วก็ต้องการจะยกเลิกบัตรเครดิตให้หมดไม่เช่นนั้นคุณจะมีหนี้ซ้ำซ้อนแน่นอน ต้องมีวินัยในการจัดสรรเงินสำหรับชำระหนี้สินเชื่อบุคคลในแต่ละเดือน เราต้องเผื่อโอกาสไว้สำหรับยังต้องพึงพาเงินจากธนาคารในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการต้องเช่าซื้อบ้าน รถยนต์ สิ่งเหล่านี้เราจำเป็นต้องรักษาเครดิตไว้ให้ดีไม่ให้เกิดปัญหาที่จะตามมาในระยะยาว

จากข้อมูลที่เรานำมาบอกกล่าวกันในข้างต้นเป็นเหตุผลที่เรานั้นต้องวิเคราะห์ดูว่าสินเชื่อบุคคลที่แก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตนั้นมีอะไรที่เป็นข้อที่จะช่วยแก้ปัญหาของเราได้บ้าง ข้อแนะนำบางอย่างในการที่เราจะเลือกสินเชื่อเพื่อมาช่วยแก้ปัญหาบัตรเครดิตของเรา คือสิ่งแรกให้เลือกจากธนาคารที่มีคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก พยายามอย่าใช้บริการสินเชื่อบุคคลกับธนาคารที่เราเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่ เพราะเมื่อเราไปขอคำปรึกษา เขาก็ชักจูงให้ใช้บัตรเครดิตตามเดิมโดยการช่วยให้ขยายวงเงินให้เพื่อให้เราเป็นหนี้เพิ่ม เพราะอย่างไรธนาคารต้องการดอกเบี้ยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และการที่เราต้องการปิดหนี้บัตรเครดิตโดยขอสินเชื่อบุคคลจงขอแค่ยอดที่จะปิด อย่าไปสนใจกับโปรโมชั่นใดๆที่มากหลอกล่อให้กู้เงินเพิ่มขึ้น ให้กู้มาเท่าที่จะใช้มาปิดหนี้บัตรเครดิตเท่านั้นและอีกประเด็นก็คือไม่ควรสมัครสินเชื่อในลักษณะบัตรกดเงินสด เพราะเราจะเสียค่าธรรมเนียมการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มเพิ่มอีกประมาณ 3% กลายเป็นว่าไปหาทางให้เสียดอกเบี้ยเพิ่มเข้าไปอีก การที่เราคิดจะแก้ปัญหาในการเป็นหนี้โดยการนำสินเชื่อบุคคลมาช่วยนั้นเราต้องมีความตั้งใจที่จะทำให้หนี้นั้นมันหมดจริงๆ อย่าไปหามาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เพราะมันจะกลายเป็นปัญหาที่มาทับถมคุณในภายหลัง