ทำตัวให้พร้อมก่อนสมัครบัตรเครดิต

ทำตัวให้พร้อมก่อนสมัครบัตรเครดิต

   บัตรเครดิต เป็นบัตรที่ผู้คนต่างปรารถนาที่จะครอบครอง แม้จะมีอยู่แล้วหนึ่งใบก็อยากที่จะทำการสมัครบัตรเครดิตเพิ่มเติม เพราะต้องการที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันสถาบันการเงินต่างต้องการให้ลูกค้าทำการสมัครบัตรเครดิตกับทางสถาบันมากขึ้น ด้วยวิธีการโปรโมรตโปรโมชั่่นต่างๆ ที่มาพร้อมกับบัตรเครดิต เช่น คะแนนสะสมที่คูณสอง ส่วนลดร้านค้าที่เข้าร่วมรายการอย่างมากมาย และสิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยที่ลูกค้าที่ต้องการจะสมัตรบัตรเครดิต ต่างต้องมีการเตรียมความพร้อมและต้องตัดสินใจว่าจะสมัครบัตรเครดิตกับสถาบันการเงินใด เพราะแต่ละสถาบันการเงินก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าผู้สมัครบัตรเครดิตมีความต้องการจะใช้บัตรเครดิตเพื่ออะไร

การใช้บัตรเครดิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก แม้จะดูเหมือนง่ายในมุมของการใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ แต่ยากในมุมของการชำระค่าบัตร หลายต่อหลายคนต่างต้องปวดหัวกับค่าบัตรเครดิตในแต่ละเดือน เพราะขาดความยั่งคิดในการใช้บัตร หรือพูดแบบง่ายๆ คือ ขาดสติ อาการของการขาดสติจากการใช้บัตรเครดิตจะประกอบด้วย

- ใช้บัตรเครดิตทุกครั้งสำหรับชำระค่าสินค้า แม้ว่าสินค้านั้นมีราคาเพียงหลักร้อยก็ใช้บัตรเครดิต ไม่ผิดอะไรที่คุณจะใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ แต่เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้ชำระค่าสินค้าในกรณีที่คุณไม่ได้พกเงินสดติดตัว หรือราคาสินค้านั้นๆมีราคาที่สูงกว่า 1 พันบาท เพราะการที่คุณเลือกจะใช้จ่ายผ่านบัตรไปกับสินค้าทุกอย่างจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในรอบบิลของคุณนั้นสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น และอาจจะก่อให้คุณเป็นหนี้บัตรเครดิตโดยที่ไม่ทันตั้งตัวได้อีกด้วย

- มีบัตรอยู่แล้ว แต่ต้องการที่จะสมัครเพิ่ม การสมัครบัตรเครดิตเพิ่่ม จะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ควรจะถามตัวเองก่อนว่าต้องการสมัครเพิ่มเพื่ออะไร ต้องการสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น หรือต้องการนำไปผ่อนชำระค่าสินค้า เพราะหากกำลังคิดว่าจะต้องการสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ควรหยุดก่อน และตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของบัตรที่ตนเองมีอยู่ว่าคุณใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรได้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง และหากคุณสมัครเพิ่ม ก็เท่ากับว่าคุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้น การที่คุณมีบัตรเครดิตอยู่แล้ว และอยากจะสมัครเพิ่ม ควรทำการยกเลิกบัตรเก่าเสียก่อน เพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นหนี้ และลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็น เช่น ค่าธรรมเนียม หากคุณใช้ไม่ถึงยอดที่สถาบันการเงินได้กำหนดไว้

การมีบัตรเครดิตที่ถูกต้อง ควรจะมีเพียงแค่สองใบ เพื่ออีกใบจะไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ที่บัตรใบแรกชำรุดเสียหาย หรือวงเงินเต็ม และมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินสด คุณก็สามารถใช้บัตรเครดิตอีกใบเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้ ดังนั้นการพกบัตรเครดิตไม่ควรมีเกินกว่า 2 ใบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามที่คุณจะต้องมีบัตรเครดิตเพียงแค่ 2 ใบ แต่คุณก็สามารถมีบัตรเครดิตเพิ่มเป็น 3-4 ใบ ได้หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีวินัยในการใช้บัตรเครดิต และใช้อย่างมีสติ การใช้บัตรเครดิตที่ดีจะประกอบด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

- ชำระเต็มจำนวนทุกครั้ง การชำระบัตรเครดิตถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้มีบัตรเครดิต ด้วยอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินจะอยู่ที่ประมาณ 20% ต่อปี และดอกเบี้ยค้างชำระจะอยู่ที่ 20% ซึ่งการผิดนัดชำระหรือชำระขั้นตํ่านานๆครั้งตามความจำเป็นอาจจะเป็นเรื่องที่พอจะอนุโลมได้บ้าง แต่หากทำติดต่อกันทุกเดือน จะส่งผลให้ก่อหนี้บัตรเครดิตแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

- ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆอย่างสมํ่าเสมอ การใช้บัตรเครดิตที่ดีอีกประการ คือ พยายามมั่นตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆที่มาพร้อมกับบัตรเครดิตอยู่เสมอ เช่น ส่วนลดจากร้านค้า โปรโมชั่นในช่วงเวลานั้นๆ เพราะในแต่ละเดือนทางสถาบันการเงินจะจัดโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าทำการใช้บัตรเครดิตภายในช่วงระยะเวลานั้นๆ

- ตรวจสอบคะแนนสะสมอยู่เสมอ บัตรเครดิตจะมีสิทธิประโยชน์ในเรื่องของคะแนนสะสม และที่สำคัญคะแนนสะสมเหล่านี้จะสามารถนำมาแลกเป็นส่วนลด หรือแลกสินค้าได้ ซึ่งเงื่อนไขของการแลกของรางวัลหรือส่วนลดจะคะแนน ทางสถาบันการเงินจะกำหนดคะแนน เช่น หากมีคะแนนอยู่ 5000 คะแนน และต้องการจะแลกเตาไฟฟ้า โดยจะต้องแลกด้วยคะแนน 3,500 คะแนน ก็สามารถที่จะทำการแลกเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ แต่หากคะแนนไม่พอ 3,500 บาท ก็สามารถนำคะแนนที่มีพร้อมกับทำการเพิ่มเงินเพื่อแลกของได้เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นคะแนนสะสมจะมีอายุ 1 ปี หากไม่ทำการแลกคะแนนสะสมที่มี คะแนนจะถูกตัดออกบางส่วนโดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ทางสถาบันการเงินจะตัดออก

จากข้างต้นที่กล่าวมาคือวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้ปลอดภัยจากหนี้สินที่อาจจะสร้างความทุกข์ให้กับคุณ ประการต่อมาจากที่ได้กล่าวโปรยไว้ข้างต้นสำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะทำการสมัครบัตรเครดิต โดยการสมัครบัตรเครดิตสิ่งที่ต้องทำการเตรียมพร้อมและสิ่งที่ต้องปฎิบัติ คือ

- ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร เอกสารที่จะต้องจัดเตรียมเป็นพื้นฐาน คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาสมุดบัญชีพร้อมกับรายละเอียดการเดินบัญชี โดยจะต้องเป็นบัญชีที่เงินเดือนเข้า และสิ่งสำคัญ คือ สลิปเงินเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน

- คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการจะทำการสมัครบัตรเครดิต จะต้องมีเงินเดือนขั้นตํ่า 15,000 บาท แต่เงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขเริ่มต้นสำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการจะทำการสมัครบัตรเครดิต เพราะบัตรบางประเภทจะมีการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้สมัครที่จะต้องมีเงินเดือนขั้นตํ่า 30,000 บาท 50,000 บาท หรือมากกว่านั้น ดังนั้นก่อนจะทำการสมัครบัตรเครดิต ควรตรวจสอบว่าฐานเงินเดือนตรงตามที่เงื่อนไขของบัตรประเภทนั้นๆได้กำหนดไว้หรือไม่

เมื่อเข้าใจถึงเอกสารและเงื่อนไขวิธีการสมัครแล้ว ก็ควรเตรียมพร้อมในเรื่องของการตัดสินใจว่าจะสมัครบัตรประเภทไหนดี โดยวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการเปรียบเทียบบัตรของแต่ละสถาบันการเงิน

การเปรียบเทียบบัตรเครดิตของแต่ละสถาบันการเงินในประเภทเดียวกันจะช่วยให้ผู้สมัครได้รับบัตรที่ตรงกับความต้องการของตนเองจริงๆ เช่น บัตรประเภทท่องเที่ยวของสถาบันการเงิน A และ สถาบันการเงิน B กรณีที่สถาบันการเงิน A ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 500 บาทจะได้รับคะแนนสะสม 20 คะแนน และมีอัตราดอกเบี้ย 20% แต่ในขณะที่สถาบันการเงิน B ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 500 บาทจะได้รับคะแนนสะสม 15 คะแนน และมีอัตราดอกเบี้ย 18% จากตัวอย่างจะเห็นว่าทั้งสองสถาบันการเงินมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน การที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกบัตรของสถาบันการเงินไหน ก็ควรจะเลือกจากความต้องการของตนเอง บนพื้นฐานที่ว่าต้องการจะได้รับคะแนนสะสมเยอะๆ หรือต้องการอัตราดอกเบี้ยที่ตํ่า ก็ขึ้นอยู่ว่าจะต้องการสิ่งใดมากกว่ากัน นี้คือตัวอย่างเพียงเท่านั้น การเปรียบเทียบบัตรจะมีเงื่อนไขอื่นๆเข้ามาด้วยนั้นก็คือ ช่องทางการชำระค่าบัตรเครดิต เพราะบางสถาบันการเงินอาจจะมีความโดดเด่นในเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่มาพร้อมกับบัตร แต่ช่องทางการชำระค่าบัตรในแต่ละเดือนนั้นทำได้ยากเพราะสาขาที่ให้บริการนั้นน้อย และยากต่อการเดินทาง สิ่งนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้สมัครบัตรเครดิตควรทำการพิจารณา

จากการที่กล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่ การใช้บัตรเครดิตอย่างไรให้ปลอดภัยนั้นสิ่งสำคัญก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการใช้บัตรอย่างมีวินัย และสิ่งต่อมาที่ได้กล่าว คือ เรื่องของการสมัครบัตรเครดิตและการเลือกบัตรอย่างไรให้เหมาะสมกับตนเอง คงจะไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับการเลือกบัตร แต่ก็มีขั้นตอนเริ่มต้นง่ายๆ คือการเปรียบเทียบบัตรของแต่ละสถาบันการเงินว่าตรงกับสิ่งที่ตนเองต้องการหรือไม่ และสิทธิประโยชน์ที่มากับบัตรนั้น ท้ายที่สุดสิ่งสำคัญก็ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ใช้ว่าจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากน้อยแค่ไหน และไม่ควรเลือกชำระแบบขั้นตํ่า