อุ่นใจกับเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต

อุ่นใจกับเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต

อุ่นใจไปกับบัตรเครดิต

   หากมีการสำรวจว่าในแต่ละเดือนคุณหยิบบัตรเครดิตขึ้นมาชำระค่าสินค้าและบริการบ่อยแค่ไหน คงจะเป็นคำตอบที่ยาก เพราะแต่ละคนก็มีวิธีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่แตกต่างกัน บางคนหยิบบัตรเครดิตที่ได้ทำการสมัครบัตรเครดิตมาใช้เฉพาะยามฉุกเฉินเท่านั้น หรือบางคนก็ใช้ชำระค่านํ้า ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์มือถือ แต่บางคนและเป็นจำนวนส่วนใหญ่ จะใช้บัตรเครดิตทุกการจับจ่ายตั้งแต่เดินซุปเปอร์มาร์เก็ต เสื้อผ้า รองเท้า อาหาร ท่องเที่ยว ดูหนัง และอื่นๆอีกมากมาย

จากข้างต้นจะเห็นว่าบัตรเครดิตนั้นสามารถที่จะทำอะไรได้หลายๆอย่างสำหรับผู้ที่ถือบัตร นอกเหนือจากการใช้บัตรเครดิตทั่วไปแล้ว การถือบัตรเครดิตก็จะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆอีกมากมาย โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงินจะกำหนด ก่อนที่จะกล่าวถึงส่วนนั้น ผู้อ่านจะต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นถึงวิธีการสมัครบัตรเครดิตและบัตรเครดิตนั้นมีกี่ประเภท

การสมัครบัตรเครดิตขั้นมีขั้นที่ไม่ยุ่งยาก โดยก่อนที่จะตัดสินใจทำการสมัครบัตรเครดิต สิ่งที่จะต้องทำคือ

- เปรียบเทียบเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์บัตรของแต่ละสถาบันการเงิน ในที่นี้หมายถึง หากสนใจที่จะสมัครบัตรประเภทท่องเที่ยว และยังสับสนว่าจะสมัครบัตรเครดิตกับสถาบันการเงิน A หรือ สถาบันการเงิน B ควรเปรียบเทียบว่าเงื่อนไขดอกเบี้ย และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีความแตกต่างกันไหม รวมถึงคะแนนสะสม เพราะแต่ละสถาบันการเงินจะกำหนดคะแนนสะสมจากยอดการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน เช่น สถาบันการเงิน A กำหนดทุดยอดการใช้จ่าย 100 บาท ได้รับคะแนนสะสม 20 คะแนน แต่ในขณะที่สถาบันการเงิน B กำหนดทุกยอดการใช้จ่าย 100 บาท ได้คะแนนสะสม 25 คะแนน ทั้งนี้ ดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน B อยู่ที่ 15% ต่อปี แต่ในขณะที่สถาบันการเงิน A อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20% ต่อปี จากเงื่อนไขทั้งสองแบบที่ยกตัวอย่างจะเห็นว่าทั้ง สถาบันการเงิน A และ B ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้สมัครบัตรเครดิต ควรจะเลือกว่าตนเองต้องการประโยชน์จากบัตรเครดิตในด้านใดมากกว่ากัน

- เมื่อทำการเปรียบเทียบว่าต้องการจะสมัครบัตรไหนและกับสถาบันการเงินไหนแล้ว ก็ต้องทำการการสมัคร ซึ่งขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตนั้นจะประกอบด้วย การยื่นใบสมัครกับสถาบันการเงินที่ต้องการจะทำการสมัครบัตรเครดิต, พร้อมกับเตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้ สำเนาบัตรประชาชน สมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน, สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน และใบรับรองการทำงาน

หลังจากที่ได้ทำการสมัครบัตรเครดิตแล้ว ทางสถาบันการเงินจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินจะแจ้งผลการสมัครบัตรเครดิต ในช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์ ทางสถาบันการเงินจะตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของผู้สมัครและรวมถึงเอกสารที่ยื่นมาพร้อมกับการสมัครบัตรเครดิต ปัจจัยสำคัญที่จะผ่านการสมัครหรือไม่นั้นก็คือ ประวัติด้านเครดิต หากมีประวัตืการชำระสินเชื่ออื่นๆล่าช้าหรือติดเครดิตบูโร แน่นอนว่าการสมัครจะไม่ได้รับการอนุมัติอย่างแน่นอน แต่หากไม่มีประวัติบัญชีดำในเครดิตบูโร ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆสำหรับการสมัครบัตรเครดิต

นอกเหนือจากการสมัครบัตรเครดิตและขั้นตอนการสมัครที่กล่าวแล้ว ยังจะขอกล่าวเสริมในส่วนของประเภทบัตรเครดิต เพื่อทำความเข้าใจว่าบัตรเครดิตไม่ได้มีเพียงประเภทเดียวแต่มีอยู่หลากหลายประเภทบัตร โดยจะขอกล่าวถึงประเภทบัตรที่ได้รับความนิยมพอสังเขป ดังนี้

บัตรร่วม : บัตรเครดิตประเภทนี้เป็นบัตรที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจที่จะสมัครบัตรเครดิตประเภทบัตรร่วม บัตรร่วมคือบัตรที่สถาบันการเงินร่วมกับร้านค้าหรือบริการ ผลิตบัตรเครดิตร่วมออกมา เช่น บัตรเครดิตของสถาบันการเงิน A ออกร่วมกับห้างสรรพสินค้า ABC โดยที่ผู้ถือบัตรร่วมของห้างสรรพสินค้า ABC จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดที่มากขึ้นจากส่วนลดปรกติ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ทางห้างสรรพสินค้า ABC จัดส่วนลดอยู่ที่ 10% หากเจ้าของบัตรใช้บัตรร่วมกับทางห้างซื้อเครื่องไฟฟ้า จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 20%

บัตรท่องเที่ยว : เป็นบัตรเครดิตที่โปรปรานของผู้ที่นิยมการเดินทางและท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ จุดเด่นของบัตรประเภทนี้ คือ คะแนนสะสมที่จะได้รับแบบคูณสอง เมื่อใช้บัตรเครดิตจองที่พักหรือซื้อตั๋วเครื่องบิน นอกจากคะแนนสะสมแบบคูณสองแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ที่มาพร้อมกับบัตร เช่น สิทธิพิเศษนั่งในห้องรับรองก่อนขึ้นเครื่องบิน หรือรถรับส่งที่สนามบิน

บัตรเติมนํ้ามัน : คือ บัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับผู้ที่นิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว และจำเป็นต้องเติมนํ้ามันอยู่บ่อยครั้ง บัตรประเภทนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่าย เช่น ส่วนลดราคาค่านํ้ามัน หรือเงินสดคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิต บัตรประเภทนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางด้วยรถยนต์เป็นอย่างยิ่ง

บัตรสุขภาพ : บัตรประเภทนี้จะมีความกว้างมากและแยกย่อยออกเป็นหมวดหมู่อีก เช่นบัตรเครดิตร่วมกับสถานพยาบาล ที่เจ้าของบัตรสามารถใช้บัตรเพื่อรับส่วนลดของค่ายาหรือค่ารักษาพยาบาล และ อีกประเภทคือบัตรเสริมความงามต่างๆ ที่ผู้ถือบัตรสามารถรับส่วนลดจากสถาบันความต่างๆที่เข้าร่วมกับบัตรนั้นๆ

บัตรประเภทคืนเงิน : เป็นบัตรเครดิตทั่วไป ที่ผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิพิเศษในรูปแบบของการคืนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิต โดยสถาบันการเงินอาจจะทำการกำหนดเงื่อนไขการคืนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิต เช่น ทุกการใช้จ่าย 100 บาท จะได้รับคืน 10 บาทเป็นต้น บัตรประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการส่วนลดหรือโปรโมชั่นใดๆ แต่ต้องการเงินคืนเข้าบัญชี

จากที่กล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่การเลือกบัตรเครดิตและการสมัครบัตรเครดิต จนไปถึงประเภทหลักๆของบัตรเครดิต สิ่งที่กล่าวเพื่อเป็นการปูพื้นให้กับมือใหม่ที่กำลังจะสมัครบัตรเครดิต สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสมัครบัตรเครดิต คือ ผู้สมัครจะต้องถามตัวเองก่อนว่าต้องการจะสมัครบัตรเครดิตเพื่ออะไร หากต้องการสมัครบัตรไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ก็สามารถที่จะเลือกสมัครบัตรเครดิตแบบทั่วไปที่ให้วงเงินสูง แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบช้อปปิ้งและเดินทางก็เลือกบัตรที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เมื่อตัดสินใจที่จะเลือกว่าจะสมัครบัตรเครดิตใบไหนแล้ว ก็ไปถึงขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิต และประกาสุดท้ายที่คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ประโยชน์ของบัตรเครดิต มีไว้อุ่นใจไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากวันหนึ่งคุณมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในกรณีฉุกเฉิน แต่คุณกลับไม่มีเงินสดติดตัวเลย บัตรเครดิตจะเป็นผู้ช่วยในยามยากของคุณ รวมถึงหากวันใดคุณต้องเดินทางไปต่างประเทศ แล้วเงินที่คุณแลกมาไม่พอแล้วคุณจำเป็นต้องพำนักในต่างประเทศต่อ บัตรเครดิตสามารถช่วยค่าที่พักในระหว่างที่คุณเดินทางในต่างแดนได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นบัตรเครดิตนอกจากจะพกไว้อุ่นใจ แต่บัตรเครดิตก็มีโทษเช่นกัน หากคุณพกไว้แล้วใช้บัตรอย่างไม่ระมัดระวัง หลายคนต้องพลาดเป็นเหยื่อให้กับบัตรเครดิต ด้วยหนี้บัตรเครดิตก้อนโต และไม่สามารถที่จะชำระได้ เพราะนำบัตรนั้นบัตรนี้ไปรูดโปะหนี้ตรงนั้นตรงนี้ วุ่นวายไปหมด จนไม่สามารถแก้ไขหนี้ที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการใช้บัตรเครดิตอย่างมีวินัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ควรที่จะใช้ให้พอดีกับความสามารถที่ตนเองจะแบกรับได้ในแต่ละเดือน และต้องชำระเต็มจำนวนตรงเวลาทุกรอบบิล เพราะอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั้นค่อนข้างที่สูงคือ 20% ต่อปี และมีเริ่มต้นขาดการชำระ ดอกเบี้ยก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดแล้วบัตรเครดิตต้องใช้ให้เป็น อย่าให้บัตรเครดิตใช้เรา เราควรตั้งสติก่อนที่จะรูดบัตร ว่าสิ้นเดือนนี้คุณจะหาเงินจากไหนมาชำระ หากคุณมั่นใจว่าหาได้ก็รูดเลย ถ้าไม่ได้ก็หยุดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง